เรื่องย่อหนัง

หนัง Kin สิ่งที่เขาศึกษาค้นพบ เป็นสิ่งที่จักรวาลตามล่า เมื่ออาวุธ “โคตรปืนเอเลี่ยน” ที่จักรวาลออกตามล่า จำเป็นต้องตกอยู่ในมือเด็กชายปกติหนึ่งคน จากยอดเยี่ยมอาวุธถูกทำมาเพื่อฆ่า แม้กระนั้นเขาจะใช้มันเพื่อปกป้องรักษาผู้ที่เขารักและก็อนาคตโลก ผลงานไซไฟสุดคูลจากผู้อำนวยการผลิต Arrival แล้วก็ซีรีส์ได้รับความนิยม Stranger Things


Chased by a vengeful criminal, the feds and a gang of otherworldly soldiers, a recently released ex-con and his adopted teenage brother are forced to go on the run with a weapon of mysterious origin as their only protection.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว
KIN – โคตรปืนเอเลี่ยน
— 6/10 —
“ส่วนท้ายยังพอเพียงทำเป็นดีแล้วก็ มี CG ที่สวย แต่ว่าเดินเรื่องได้เอื่อยๆ กระทั่งน่ารำคาญ”

เรื่องราวของชายหนุ่มผิวสีคนหนึ่ง Eli ที่ดันบังเอิญไปพบกับปืนของเอเลี่ยนแล้วหลังจากนั้นก็เลยจับติดมือกลับไปอยู่ที่บ้านมา เขาจะต้องหนีไปพร้อมด้วยพี่ชายที่พึ่งพิงออกมาจากเรือนจำมา จากการตามล่าของพวกทวงหนี้และก็ผู้ครอบครองปืนที่จริงทรู!

คะแนนรีวิวจาก 2 เว็บไซต์ดังไม่สู้ดีนัก อีกทั้งจาก Imdb 5.8/10 ส่วน Rotten Tomatoes นี่คะแนนต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทางฝั่งนักวิพากษ์วิจารณ์ให้เพียงแค่ 33% ส่วนทางด้านผู้ชมให้ถึง 63% พูดได้ว่าคนละทางกันอย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งพอใช้มองก็พอเพียงจะเข้าจิตใจบ้างล่ะ…

ในความเป็นจริงแล้วหนังถูกปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงมาจากหนังสั้นของผู้กำกับประเด็นนี้เนี่ยล่ะ (Jonathan Baker & Josh Baker) ในชื่อเรื่อง Bag Man (2014) ได้ Michael B. Jordan มาเป็น Executive Producer ตัวเคลื่อนแนวทางการทำงานของหนังหัวข้อนี้ให้ โดย KIN ยังคงคอนเซ็ปเป็นชายหนุ่มผิวสีที่มีปืนเลเซอร์ของคนไหนกันแน่ก็ไม่รู้จักเอาไว้ในครอง แต่ว่าแปลงเรื่องราวหลักให้มันมีรายละเอียดสำหรับเพื่อการเล่าเยอะขึ้น มีข้อความสำคัญเยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งเสมือนจะเยอะเกินไป

หนังเดินเรื่องตอนต้นเรื่องก้าวหน้า มีการเปิดเรื่องราวนักแสดงเด็กวัยหนุ่มได้เร็วทันใจ พวกเราสามารถรู้จักนิสัยใจคอของนักแสดงตัวนี้ได้เพียงแค่ไม่กี่ฉากไม่กี่นาทีเพียงแค่นั้น และก็ผู้ที่มารับบท Eli (Myles Truitt) ก็แสดงก้าวหน้าพอควร ไม่แพ้กันกับบทพี่ชาย Jimmy (Jack Reynor) ซึ่งทั้งคู่ยังคงพยุงหนังให้ไปได้ตลอดรอดฝั่งอยู่บ้าง ส่วนการแสดงของ James Frango มองไปดูมาเชิญชวนให้คิดถึงหน้าที่จากหนังสุดพังทลายใน Future World ซึ่งไม่ใช่เขาแสดงห่วยแตกนะ เพียงบทและก็การเดินเรื่องในประเด็นนี้ มันห่วยกว่าการแสดงของเขานั่นเอง ส่วนตัวนางเอก(หรือไม่?) จะไม่ขอเอ่ยถึงละกัน เนื่องจากคุณโผล่มาน้อยมาก แทบไม่มีหน้าที่อะไรเลยด้วย รวมทั้งส่วนที่เยี่ยมที่สุดของหนังหัวข้อนี้ เห็นจะเป็นกราฟฟิก effect สีสันต่างๆเป็นทางด้านงานสร้างที่ทำออกมาก้าวหน้า งามเลยล่ะ ทั้งยังฉากแอ็คชั่น การยิงเจ้าปืนเลเซอร์ CG เอ่ยอะไรเอ่ย

แม้กระนั้นอย่างไรก็ดีเสมือนหนังจะมั่วไปซะหน่อย หนังมองน่าดึงดูดรวมทั้งมีอะไรที่คงจะขยี้ได้อีกเยอะมาก แต่ว่ารู้สึกมันผิวเผินไปซะหมด หนังปูเรื่องได้นานถึงเป็นเวลานานมาก รวมทั้งน่ารำคาญพอเหมาะพอควร อารมณ์เสมือนคุณพึ่งมองซีรีส์ตอนต้น ที่ปูเรื่องราวทั้งผองของซีรีส์นั้นๆและก็ค่อนจะน่าระอา เพียงพอตอนใกล้ๆจบตอน ถึงจะมีอะไรน่าดึงดูด น่าสนุก รวมทั้งตัดจบ พร้อมขึ้นว่าโปรดติดตามตอนหน้า! นั่นแหละ หนังหัวข้อนี้มันเป็นความรู้สึกแบบงั้นเลย ก็เริ่มเข้าใจล่ะว่าหนังต้องการทำภาคต่อ แต่ว่าถ้าเกิดภาคแรกมันไม่ยั่วยวนใจ คนจะต้องการมองภาคสองหรอ?

เริ่มจากใจความสำคัญเรื่องปืน ที่ยังคงกำเนิดปริศนาล้นหลาม ทิ้งเอาไว้? ทำร่วง? หาย? ผู้ใดกันลักขโมยมา? หรือยังยังไง? หนังมิได้เจาะลึกถึงเรื่องนี้สักเท่าไหร่

ต่อด้วยใจความสำคัญครอบครัว ที่มองพินาศไปซะทุกส่วน ใจความสำคัญบิดาลูกเอ่ย รวมถึงเรื่องที่หนังพากเพียรปูให้พวกเรามีความเห็นว่าไอ้ตัวพี่เนี่ยมันตัวก่อปัญหา แล้วก็เรื่องพี่ชายทะเลาะเบาะแว้งกับบิดาที่ดูเหมือนกับว่าเกลียดชังน้องมากมาย แต่ว่าภายหลังกลับรักกันปานจะกลืนรับประทาน พาน้องไปไหนต่อไหน คุ้มครองปกป้องน้องสุดใจขาดดิ้น โน่นก็เลยมีผลทำให้ส่วนตัวไม่เคยรู้สึกเชื่อเลยว่ามันรักน้องจริงๆ

ท้ายที่สุดแล้ว KIN เป็นยังไง? ชื่อคน? ชื่ออาวุธ? หรือชื่อเหล่าเอเลี่ยน? พวกเราแทบจะไม่เคยทราบอะไรเกี่ยวกับปืนนี้เลยทราบก็แค่แนวทางการทำงานของมัน และก็เหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดเด็กคนนี้ถึงสามารถใช้ปืนนี้ได้

หนังมีหลายๆอย่างที่คงจะทำออกมาก้าวหน้ามากยิ่งกว่านี้ รวมทั้งมันควรจับหัวข้อเด่นๆไปสักทาง สำหรับคนใดกันแน่ที่ต้องการจะไปดูหนังแอ็คชั่น-ไซไฟ ก็บางทีก็อาจจะจะต้องผิดหวังกันเสียหน่อย พาร์ทในที่สุดของหนังก็ยังพอให้ความรื่นเริงใจกับพวกเราอยู่บ้าง แม้กระนั้นอย่างไรก็ดีจำเป็นต้องรอดูเสียงตอบรับ และก็เสียงวิภาควิจารณ์ว่าหนังหัวข้อนี้จะได้ไปต่อหรือเปล่า คุณเพียงแค่นั้นที่จะเป็นคนวินิจฉัยมันได้

(มี Michale B. Jordan แสดงด้วยนะ ทดลองไปดูกันได้)